สหรัฐฯ สกัดทุน Prince Group เพิ่ม 45 รายชื่อ เอี่ยวสแกมเมอร์-ค้ามนุษย์

สหรัฐฯ สกัดทุน Prince Group เพิ่ม 45 รายชื่อ เอี่ยวสแกมเมอร์-ค้ามนุษย์

 

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2569 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยสำนักงานควบคุมทรัพย์สินในต่างประเทศ (OFAC) ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ เครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจและนอมินีทางการเงินที่สนับสนุนองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ "Prince Group Transnational Criminal Organization (Prince Group TCO)" ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ประกาศคว่ำบาตรไปแล้วจากพฤติกรรมก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ การฉ้อโกงผ่านระบบดิจิทัล การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์ การดำเนินการในครั้งนี้เป็นการคว่ำบาตรบุคคลจำนวน 4 คน และนิติบุคคลอีก 41 แห่ง พร้อมกันนี้ยังคว่ำบาตรชายสัญชาติมาเลเซียอีก 1 คน ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการบริหารเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ ที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศมาดากัสการ์เพื่อฉ้อโกงชาวอเมริกัน สก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ ระบุว่า กลุ่มแก๊งฉ้อโกงทางไซเบอร์เหล่านี้ ยังคงสูบเงินหลายพันล้านดอลลาร์ ไปจากเหยื่อชาวอเมริกัน โดยอาศัยเครือข่ายธุรกิจข้ามชาติที่ซับซ้อน ในการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิด กระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ในการทลายองค์กรเหล่านี้ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับแกนนำนำทัพ ไปจนถึงโครงสร้างองค์กรบังหน้าและผู้สนับสนุนทางการเงิน ที่ช่วยให้อาชญากรเหล่านี้ สามารถเปิดปฏิบัติการได้โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย การปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการต่อยอดมาตรการคว่ำบาตรเดิมของ OFAC ที่เคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2568 และ 23 มิ.ย.2569 ซึ่งเจาะจงไปที่กลุ่มผู้นำ บริษัทในเครือ และผู้ช่วยเหลือทางการเงินของ Prince Group เครือข่ายดังกล่าว กอบโกยรายได้ผิดกฎหมายมหาศาล ผ่านรูปแบบการฉ้อโกงทางออนไลน์ที่แยบยล ทั้งการหลอกลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Investment Scams) การหลอกรักออนไลน์ (Romance Scams) และการหลอกลวงทางทางการเงินอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อเหยื่อทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก ปฏิบัติการส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับ "ศูนย์สแกมเมอร์" ขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการใช้แรงงานจากการค้ามนุษย์และการบังคับขู่เข็ญ ก่อนจะนำเงินที่ได้ ไปฟอกผ่านเครือข่ายบริษัทนอกชายฝั่ง และนอมินีทางการเงินอย่างเป็นระบบ เป้าหมายสำคัญของการคว่ำบาตรในรอบนี้ เน้นไปที่บุคคลและนิติบุคคล ที่เข้ามาช่วยพยุงและฟื้นฟูเครือข่ายของ Prince Group หลังจากโดนมาตรการคว่ำบาตรในรอบก่อน ๆ ด้วยการรับหน้าที่บริหารบริษัทนอกชายฝั่ง ปกปิดรายชื่อผู้ถือหุ้นแท้จริง ทำธุรกรรมพาณิชย์บังหน้า และให้บริการบริหารจัดการทางการเงิน แก่ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มอาชญากร การดำเนินการครั้งนี้ อยู่ภายใต้คำสั่งประธานาธิบดี (E.O.) 14390 ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงวันที่ 6 มี.ค.2569 เรื่อง "การต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ การฉ้อโกง และภัยคุกคามสแกมเมอร์ต่อประชาชนอเมริกัน" โดยเป็นการประสานงานร่วมกันระหว่างสำนักงานสืบสวนกลาง (FBI) สำนักข่าวกรอง นิวยอร์ก และ โฮโนลูลู ชุดปฏิบัติการพิเศษปราบปรามศูนย์สแกมเมอร์ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สำนักงานอัยการสหรัฐฯ เขตอะแลสกา รวมถึงได้รับความร่วมมือด้านข้อมูลสืบสวน จากหน่วยงานสืบสวนทางการเงินหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (BVI FIA) และกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร (FCDO) ผลจากการคว่ำบาตรครั้งนี้ ทรัพย์สินและผลประโยชน์ในทรัพย์สินทั้งหมด ของบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกระบุชื่อ ซึ่งอยู่ในสหรัฐฯ หรืออยู่ในการครอบครองของบุคคลสัญชาติอเมริกัน จะต้องถูกบล็อกและรายงานต่อ OFAC ทันที รวมถึงนิติบุคคลใด ๆ ที่ถือหุ้นโดยผู้ถูกแบนตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป ทั้งทางตรงและทางอ้อม ก็จะถูกบล็อกด้วยเช่นกัน โดยห้ามมิให้บุคคลสัญชาติอเมริกันทำธุรกรรมใด ๆ กับผู้ถูกคว่ำบาตร เว้นแต่ได้รับอนุญาตพิเศษ ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนอาจต้องรับโทษทั้งทางแพ่ง และอาญาตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกาอย่างเด็ดขาด

#สแกมเมอร์ #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส #กรมประชาสัมพันธ์


image รูปภาพ
image

image วิดีโอ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
แสดงความคิดเห็น
image
ความคิดเห็น