ผู้ว่าฯนราธิวาส แถลงปิดภารกิจควบคุมและดับไฟป่าพรุบาเจาะอย่างเป็นทางการ หลังทุกภาคส่วนบูรณาการกำลังปฏิบัติงานต่อเนื่องเกือบ 1 เดือน จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จ พร้อมเดินหน้ามาตรการเฝ้าระวังเข้มตลอด 24 ชั่วโมง ป้องกันการเกิดไฟป่าซ้ำในช่วงฤดูแล้ง
วันนี้ 29 พ.ค.69 นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส แถลงสรุปผลการปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าพรุบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส หลังเกิดเหตุไฟป่าตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลตะปะเยาะ และต่อมาเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 เกิดไฟป่าเพิ่มเติมในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลละหาร รวมพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 854 ไร่ โดยขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้ทั้งหมดและไฟดับสนิทแล้ว
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ความสำเร็จในการควบคุมสถานการณ์ครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ทั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา และเขต 18 ภูเก็ต ที่สนับสนุนเครื่องสูบน้ำระยะไกลรวม 5 เครื่อง รวมถึงการสนับสนุนจากศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่จัดเฮลิคอปเตอร์ร่วมปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนสภาพอากาศที่มีฝนตกในพื้นที่ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดความรุนแรงของไฟป่า
นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการกำลังจากหน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชลประทาน สหกรณ์ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสารักษาดินแดน หน่วยทหาร และภาคประชาชน ร่วมกันปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน เพื่อปรับแผนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะคลี่คลายแล้ว แต่จังหวัดนราธิวาสยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เนื่องจากข้อมูลจากสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาสประเมินว่า ภาวะแห้งแล้งอาจยืดเยื้ออีกประมาณ 2-3 เดือน โดยได้สั่งการย้ายจุดตรวจเข้าสู่พื้นที่ป่าสมบูรณ์ จัดสร้างขนำพักเจ้าหน้าที่ และจัดเวรยามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลักลอบจุดไฟหรือบุกรุกพื้นที่ป่า พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานสังกัดกรมชลประทานเดินหน้าสูบน้ำเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำของไฟใต้ดิน
ขณะเดียวกัน จังหวัดนราธิวาสยังเตรียมวางแผนบริหารจัดการพื้นที่นิคมสหกรณ์บาเจาะกว่า 5,000 ไร่ ในระยะยาว โดยกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ และผลักดันพื้นที่ที่มีข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการจัดสรรที่ดินตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรได้อย่างถูกต้อง และร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ จังหวัดนราธิวาสได้ทยอยส่งกำลังพลและอุปกรณ์บางส่วนกลับต้นสังกัดแล้ว แต่ยังคงสำรองเครื่องสูบน้ำระยะไกลจากศูนย์ ปภ.เขต 12 สงขลา ไว้ที่ศาลากลางจังหวัดจำนวน 2 เครื่อง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าระงับเหตุได้ทันที หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นอีกในอนาคต