ผู้ว่าฯ -ผู้การตำรวจฯ-ผบ.ฉก.นราธิวาส ผนึกกำลัง เปิด ปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” ลุย 10 ยุทธศาสตร์เข้ม ปราบยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล และแก๊งออนไลน์
วันนี้ 25 พ.ค.69 จังหวัดนราธิวาสเดินหน้ายกระดับการแก้ไขปัญหาความมั่นคงและอาชญากรรมในพื้นที่อย่างจริงจัง นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พ.อ. ศราวุธ รบเมือง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ร่วมบูรณาการกำลัง 3 ฝ่าย ประชุมมอบแนวทาง ยุทธศาสตร์ แก่ส่วนราชการจังหวัดนราธิวาส ขับเคลื่อนนโยบาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” มุ่งสร้างความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมประกาศเดินหน้า 10 ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย ครอบคลุมทุกมิติของปัญหาสำคัญในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ได้แก่ การปราบปรามการบุกรุกที่ดินสาธารณะ การสกัดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การตรวจสอบธุรกิจ Nominee การปราบปรามยาเสพติดให้โทษ การติดตามเส้นทางการฟอกเงิน การจัดการผู้มีอิทธิพล การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ การดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว การเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคง และการรักษาความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี อัยการจังหวัดนราธิวาส ,นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ทหาร ตำรวจ นายอำเภอทั้ง 13 อำเภอ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมฯ
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน บูรณาการการทำงานเชิงรุก ใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน เพื่อให้จังหวัดนราธิวาสเป็นพื้นที่ปลอดภัย น่าอยู่ และพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน สกัดทุกภัยคุกคาม สร้างความปลอดภัยให้ประชาชน
ขณะที่ ผู้บังการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้เปิด 10 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการดำเนินการด้านยาเสพติด ใช้การบูรณาการกำลัง 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เข้า X- ray ยาเสพติดทุกพื้นที่ Kick Off พร้อมกัน 26 พ.ค.2569 และตั้ง War Room ประชุมติดตามสถานการณ์รายงานผลการดำเนินงาน 08.00 น.ทุกวัน ตั้งเป้า 30 วัน เห็นผล
นอกจากนี้ เน้นการสกัดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ปราบปรามเครือข่ายรายใหญ่ตามแนวชายแดน และใช้กลไก "ทีมจังหวัด" ร่วมกับผู้นำท้องถิ่นเฝ้าระวังเชิงรุกอาชญากรรมทางเทคโนโลยี /สกัดกั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์อย่างเด็ดขาด ตัดเส้นทางการเงิน และบังคับใช้กฎหมายไซเบอร์อย่างเข้มงวดการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ใช้มาตรการ "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" โดยแนวทางปฏิบัติในการป้องกันแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ระยะทาง 185 กิโลเมตร ทางบกครอบคลุมพื้นที่ อำเภอสุคิรินและอำเภอแว้ง ระยะทาง 79 กิโลเมตร / ทางน้ำ (แม่น้ำโก-ลก และอำเภอแว้งบางส่วน อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอตากใบ ระยะทาง 106 กิโลเมตร มุ่งเน้นการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต สกัดกั้นและตรวจยึดอุปกรณ์เทคโนโลยีผิดกฎหมาย เช่น Sim Box และ Starlink ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนผ่านสื่อโซเชียลเป็นหลัก เพื่อจัดการกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการควบคุมการพกพาอาวุธปืนการบุกรุกที่ดินสาธารณะ / บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้กระทำความผิดในการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติและที่ดินของรัฐธุรกิจที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) /ตรวจสอบและจัดการกลุ่มทุนต่างชาติที่หลีกเลี่ยงกฎหมายและใช้คนไทยถือหุ้นแทนการฟอกเงิน / ตรวจสอบและตัดเส้นทางการเงินของขบวนการอาชญากรรม เพื่อยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดปัญหาหนี้นอกระบบ บูรณาการศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงแหล่งทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยงและเมืองเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการท่องเที่ยวการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคง รวมถึงพัฒนาระบบฐานข้อมูลภาครัฐให้เป็นแพลตฟอร์มเดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการยกระดับมาตรการด้านความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามทุกรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ