กยท.จังหวัดนราธิวาสสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรชาวสวนยางรับมือเกี่ยวกับโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา
เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสประสบปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราจังหวัดนราธิวาสซึ่งเป็นจังหวัดแรกที่เป็นหน้าด่านที่ติดชายแดนกับประเทศมาเลเซียโดยโรคนี้พบในเดือนกันยายน 2562 ที่อำเภอแว้งกับระแงะ ซึ่งโรคนี้กระทบกับต้นยางทำให้ต้นยางแสดงอาการเป็นโรคใบร่วงขึ้นมา พอเข้าในช่วงฤดูฝนต้นยางแสดงอาการเป็นใบจุด แสดงอาการภายใน 2-3 สัปดาห์ และจะสัมพันธ์กับปริมาณน้ำฝน ถ้าปริมาณที่ฝนตกชุก ความรุนแรงของโรคนี้ก็จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งในปีนี้สังเกตว่าในช่วงเดือน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม ถ้าเราเข้าไปในสวนยางก็จะเห็นว่าต้นยางไม่ค่อยมีใบเหลือเท่าไหร่ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่รุนแรงมาก โรคนี้ระบาดกินพื้นที่ประมาณ 60 % ของพื้นที่ พบเจอโรคนี้ทุกอำเภอ เพียงแต่ว่าความรุนแรงของโรคก็แตกต่างกัน ส่วนอำเภอที่มีความรุนแรงน้อยก็จะมีอำเภอตากใบ สุไหงโก-ลก และบาเจาะ เพราะเป็นอำเภอเลียบชายทะเล ส่วนอำเภออื่น ๆ เช่น ยี่งอ เมือง มีความรุนแรงในระดับปานกลาง ส่วนที่เหลือก็จะมีความรุนแรงหนักที่สุด เช่น รือเสาะ ศรีสาคร แว้ง สุคิริน และจะแนะ ถ้าเข้าไปในพื้นที่ก็เห็นสวนยางใบร่วงเกือบหมดแล้ว โดยเฉพาะช่วงนี้
นายพนัสพล โกสิยาภรณ์ ผอ.กยท.จังหวัดนาธิวาสได้เปิดเผยว่าได้สร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรให้รู้ว่ามีโรคนี้ระบาดในพื้นที่แล้ว จะต้องตระหนักถึงความสำคัญของโรค ว่าโรคนี้มีผลต่อผลผลิต ต่อต้นยางอย่างไร เกษตรกรก็จะต้องไปดูแลส่วนตัวเอง เราให้คำแนะนำของการกำจัดวัชพืชในสวยยาง เพื่อให้เกิดความโล่ง คือง่ายก็ทำความสะอาดสวนยาง ในเรื่องของการดูแลรักษาสวนยางก็คือการใส่ปุ๋ยตามหลักวิชาการ พอต้นยางเป็นโรคก็จะเกิดการเสื่อมโทรมเสียหาย เราก็ต้องไปบำรุงเพื่อลดความรุนแรงของโรค ส่วนในเรื่องของการใช้สารเคมี ลดปริมาณเชื้อ การใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่าเพื่อลดปริมาณเชื้อในพื้นดิบ เราก็พยายามให้คำแนะนำในสวนของเกษตรกรเอง และในส่วนของความช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น การพัฒนาอาชีพ พอเกิดโรคนี้ทำให้ผลผลิตลดลง รายได้ลดลง เราก็พยายามพัฒนาอาชีพในเรื่องของการแนะนำอาชีพเสริมต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ให้คำแนะนำในเรื่องของแหล่งเงินกู้ เงินทุน ก็จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางได้สวนหนึ่ง