ทลายแก๊งสแกมเมอร์เวียดนาม สวมรอยจนท.ไฟฟ้า หลอกโอนเงินเหยื่อสูญกว่า 12 ล้านบาท ตำรวจไซเบอร์ทลายแก๊งสแกมเมอร์เวียดนาม สวมรอยเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า หลอกโอนเงิน ก่อนฟอกเงินผ่านการซื้อขายทองคำ เหยื่อคนไทยสูญ 12 ล้านบาท เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 31 ก.ค.2569 พลตำรวจโทสุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมคณะ ร่วมกันแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์ทลายแก๊งเวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำยึดทองแท่ง หลอกคนไทยสูญแล้วกว่า 12 ล้านบาท พลตำรวจโทสุรพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ได้มีผู้เสียหายเป็นชายวัย 61 ปี ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพแอบอ้าง เป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า แจ้งว่าหม้อแปลงไฟฟ้ามีปัญหา ต้องทำการเปลี่ยนและทำเรื่องขอรับเงินค่าประกันหม้อแปลงไฟฟ้าคืน จากนั้นได้ให้แอดไลน์ แล้วพิมพ์คุยรายละเอียดกัน แล้วเปลี่ยนไปโทรคุยกันผ่าน Video Call พร้อมกับส่ง QR Code ให้ผู้เสียหายสแกน ต่อมามิจฉาชีพแจ้งให้เปิดแอปพลิเคชันธนาคาร แล้วกดเปลี่ยนเมนูเป็นภาษาอังกฤษ และสั่งให้ทำตามคำแนะนำ เมื่อมีรหัส OTP เข้ามายังโทรศัพท์มือถือผู้เสียหาย คนร้ายได้สั่งให้แจ้งเลขดังกล่าว อ้างว่าเป็นเลขลำดับคิว สุดท้ายปรากฎว่า เงินถูกโอนออกจากบัญชีผู้เสียหายไป 3 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 1,799,400 บาท พลตำรวจโทสุรพล กล่าวอีกว่า เมื่อตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ก็พบว่าบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินไป เป็นบัญชีบริษัทนิติบุคคล และบัญชีของบุคคลชื่อ นางสาวนริศรา โดยบัญชีบุคคล จะมีน.ส.นริศราไปเบิกเงินสดที่หน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร ในห้างฯ ย่านรังสิต ก่อนนำเงินสดไปส่งต่อผู้ร่วมขบวนการ ส่วนบัญชีบริษัทก็โอนเงินไปซื้อทองคำแท่ง ที่ร้านทองย่านสามพราน จังหวัดนครปฐม รวม 22 ครั้ง รวม 5 ล้านบาท โดยจะมีกลุ่มขบวนการคนไทยไปรับทอง และส่งต่อให้ระดับผู้บงการชาวเวียดนามนำไปขายที่ร้านทองอีกแห่งที่ห้างฯ ในจังหวัดนนทบุรี ได้เงินสดกลับไปกว่า 4 ล้านบาท ซึ่งแก๊งเวียดนามนี้ 1 ปีที่ผ่านมาได้หลอกลวงผู้เสียหายไทยไปแล้วถึง 18 คน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 12 ล้านบาท พลตำรวจตรีกานตพงศ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาชาวเวียดนามทั้ง 2 คนอ้างว่า ถูกส่งเข้ามาในประเทศไทยเพื่อควบคุมการปฏิบัติงานของคนไทยที่ให้ไปซื้อทอง แต่ในส่วนการขายทอง ชาวเวียดนามทั้ง 2 คนจะเป็นคนไปคุม ไม่ก็เป็นคนขายเอง เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยเชิดเงินหนี ซึ่งตรวจสอบประวัติการเข้าเมืองพบว่าเข้ามาในประเทศไทยหลายครั้ง หลายปีแล้ว ครั้งล่าสุดที่เข้ามา คือช่วงปลายปีที่แล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน , รับของโจร , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น , ร่วมกันเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ , ร่วมกันกระทำการโดยมิชอบ เพื่อให้การระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ หรือรบกวน ส่วนอีก 2 คน ซึ่งเป็นคนไทย 1 คน และเวียดนาม 1 คน ยังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว พร้อมกันนี้ตำรวจเชื่อด้วยว่าน่าจะมีหัวหน้าขบวนการระดับบอสตัวอยู่คอยสั่งการอยู่เบื้องหลังอีก ซึ่งจะต้องประสานการข่าวกับต่างประเทศต่อไป #แก๊งสแกมเมอร์ #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส