จากกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผลการเลือกตั้ง สส. แบบเบ่งเขต ในเขตเลือกตั้งที่ 3 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ อ.แว้ง อ.เจาะไอร้อง และ อ.สุไหงปาดี ของ จ. นราธิวาส เกี่ยวกับคะแนนของผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยที่นำในช่วงแรก กับคะแนนผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม ที่พลิกกลับมาชนะในช่วงท้ายที่มีการสวิงไปมาและผลคะแนนล่าช้านั้น
ล่าสุดวันนี้ (10 ก.พ.2569) นายนันทพล ภาชื่น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นายพงศ์เพชร มากเกื้อ นายอำเภอสุไหงปาดี ฐานะประธานการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 นายพรวิทย์ เพชรสลับแก้ว ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขต 3 ตลอดจน ผู้ตรวจการการเลือกตั้ง และ เจ้าหน้าที่ประมวลผลประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 ได้เปิดโต๊ะชี้แจงข้อสงสัยกับตัวแทนผู้สมัครของพรรคการเมือง ตัวแทนประชาชน และสื่อมวลชน
โดยนายสะเฮ็งเด็ง เบญยูโซ๊ะ หนึ่งในผู้แทนประชาชนชาวจังหวัดนราธิวาส ซึ่งได้เข้ามาร้องต่อ กกต.จ.นราธิวาส ได้กล่าวว่า การเลือกตั้ง เขต 3 นราธิวาส ประชาชนและสังคม มีข้อสงสัยและตั้งข้อสังเกตุเรื่องเวลาของการนับคะแนนในเขตต่างๆ ทั้ง 5 เขตของจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเสร็จตั้งแต่เวลาไม่เกิน 21.00 น. แต่ในเขต 3 คะแนนยังไม่จบ คะแนนมีการสวิงไปสวิงมา และล่าช้า โดยขณะนั้นคะแนนของผู้สมัครหมายเลขหนึ่ง นำมาตลอด แต่สุดท้ายพอนับคะแนนจบแล้ว กลับเป็นผู้สมัครอีกหมายเลขเป็นผู้ชนะ ถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ทำให้สังคมสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น จึงอยากให้ กกต. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลในการเลือกตั้งในครั้งนี้ ได้ดำเนินการตรวจสอบ เพราะประชาชน ต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตทั้งหมด และฝากให้ กกต.ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ประชาชนหมดข้อสงสัย
ด้านนายนันทพล ภาชื่น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องผลคะแนนเลือกตั้งในเขต 3 นราธิวาส ที่สวิงไปสวิงมา ขณะนี้ กกต.จังหวัด อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยในเบื้องต้น สาเหตุของคะแนนที่ไม่ตรงกันกับการรับรู้ของประชาชนในสื่อสังคมออนไลน์นั้น มาจากการประมวลผลคะแนนของกองเชียร์ของผู้สมัครแต่ละพรรค ที่เกิดจากการรวมคะแนนจากหน้าหน่วยแล้วมาประมวลผล ไม่ใช่คะแนนที่เป็นผลมาจากการประมวลของ กกต.โดยคะแนนรวม ผลคะแนนเลือกตั้งทั้งหมด จะต้องมาจาก 2 ส่วน คือ ผลคะแนนจากการเลือกตั้งปกติภายในเขต และคะแนนจากนอกเขตและนอกราชอาณาจักร คะแนน สำหรับหน่วยเลือกตั้งปกติในเขต 3 ที่มีการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตไว้ เมื่อวันที่ 1 ก.พ.69 มีจำนวน 18 ใบ รวมกับคะแนนนอกเขตและจากนอกราชอาณาจักร อีก 3,924 ใบ ดังนั้น ตัวเลขที่เหวี่ยงไปมาในระหว่างการนับคะแนนในเขต 3 ณ วันนั้น เพราะยังไม่มีการประมวลผลทั้งหมดอย่างแท้จริง โดยผลคะแนนที่หน่วยส่งเข้ามายัง กกต.จังหวัดจะมีการตรวจสอบทุกขั้นตอน และมีการบันทึกเหตุการณ์ไว้ ส่วนที่มีการยื่นคำร้องของผู้สมัครในเขต 3 เกี่ยวกับผลคะแนนตอนนี้ กกต.จ.นราธิวาส ได้รับเรื่องไว้แล้ว ขั้นตอนต่อจากนั้นก็จะได้ทำการตรวจสอบคำร้อง เพื่อส่งให้ กกต. กลางวินิจฉัยต่อไปว่าจะให้มีการนับคะแนนใหม่หรือไม่อย่างไร เพราะเป็นการยื่นเรื่องภายหลังการนับคะแนนเสร็จสิ้นตามกฎหมาย กกต.จังหวัด ไม่สามารถวินิจฉัยให้มีการนับคะแนนใหม่ได้ ยืนยันพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย